พยัคฆ์ดุคัมแบค

รู้มาสักระยะแล้วครับผมว่ามี "เสือ" ตัวหนึ่งกำลังอาละวาดอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส สร้างความเดือดร้อนให้ราษฎรใน ลีก เอิง อย่างต้องหนัก

แม้กระนั้นก็ไม่ได้ตื่นเต้นจั๊กแหล่นหรือตะลึงงันอะไรเยอะมาก ด้วยมีความคิดว่า ลีก เอิง เป็นสนามรบหน้าแข้งที่อุดมด้วยกลุ่มที่มีความอู๊ดดี้สูง หรือเอาง่ายๆว่า "หมู" นั่นแหละ

ข่าวสารการปะทุตาข่ายแบบถล่มทลายในศึก ลีก เอิง ของกองหน้าระดับดาวดังคนหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องน่ามหัศจรรย์อะไร

ขนาด มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่กลายร่างเป็นสากแข็งทื่อๆทิ่มแทงดาร์กซ์ใครกันแน่ก็ไม่ได้เมื่ออยู่ในพรีเมียร์ลีกยังยิงกระจัดกระจายได้เลยคุณ!

หลักฐานสำคัญเป็นผู้เล่นประเภทดาวซัลโวตีนพระกาฬจากลีกสูงสุดของฝรั่งเศสมักจะประสบเจอกับปัญหา ผลิตสกอร์ได้ไม่กระจัดกระจายดังเดิมในสนามรบหน้าแข้งที่ฮาร์ดคอร์มากกว่าอย่างพรีเมียร์ลีก

อย่างเช่น มารูอาน ชามัค, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หรือ บาเฟว่ากล่าวมบี้ โกมิส รวมทั้งรุ่นก่อนๆอย่าง สเตฟาน กีวาร์ซ หรือ ฌิบริล ซิสเซ่

เมื่อมาตะบันหน้าแข้งในลีกที่มาตรฐานสูงมากขึ้น ระดับความยากมากขึ้น – จำนวนประตูก็ลดลงตามระเบียบ

อนึ่ง ขออนุญาตเว้นเสียแต่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่อยู่เหนือกฏเกฌฑ์ข้อนี้

ฤดูนี้ ราดาเมล ฟัลเกา ลงเล่นให้ โมนาโก ใน ลีก เอิง ไปแล้ว 20 นัด โดยซ้ำๆไปแล้วถึง 16 ดอก

ค่าถัวเฉลี่ยในการทำลายตาข่ายให้หมดสิ้นนับว่าสูงมากครับผม แม้กระนั้นก็อย่างที่บอกนั่นแหละว่าบางคราวอาจเกิดขึ้นเนื่องจาก ลีก เอิง นั้นมีอัตราความอู๊ดดี้สูงมากไปกว่าที่จะออกอาการวี๊ดว้ายอะไรออกมา

การอยู่กับกลุ่มที่อุดมด้วยดาวดังอย่าง โมนาโก แถมจัดเป็นกลุ่มที่อยู่สูงสุดของห่วงโซ่ของกินของ ลีก เอิง ในฤดูนี้อาจมีส่วนช่วยเหลือแล้วก็เกื้อกูลให้ "พี่เสือ" กระหน่ำประตูแบบเป็นกอบเป็นกำ…ก็..เป็น..ได้

จนกระทั่งเมื่อคืนนี้วันอังคารที่ผ่านมา

วลีไทย "สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น" ก็ทำหน้าที่ของมันอย่างเคร่งครัดอีกครั้ง

แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ โมนาโก ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 กลุ่มในที่สุด ครั้งแรก ท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผมจึงได้เห็นฟอร์มการเล่นของ ราดาเมล ฟัลเกา แบบเต็มๆอีกครั้ง นับตั้งแต่เดินคอตกออกจากเครื่องแบบอสุรกายแดง หลังจบฤดู 2014-15 ก่อนจะเจอข้อเท็จจริงว่าพี่เสือกลับมาแล้ว

กองหน้าวัย 31 ผู้นี้คล่องแคล่วขึ้นเยอะแยะเลยทีเดียวครับ

ราดาเมล ฟัลเกา ทำเป็น 2 ประตูในเกมนี้

ประตูแรกจากการทะยานเข้าไปขวิดลูกตุงตาข่าย ซึ่งบ่งบอกถึงถึงสัญชาติญาณของนักล่าแล้วก็วิญญาณของเพชฌฆาตที่กลับมาสิงร่างอีกครั้ง

ส่วนประตูที่ 2 จำต้องใช้คำว่า "เหนือดุจเทพดา"

พี่เสือมึงโจมตีกำแพงหลังค่าตอบแทนเกือบจะ 50 ล้านปอนด์อย่าง จอห์น สโตนส์ จนเสียหมา ก่อนบรรจงชิพไม่เห็นหัวผู้รักษาประตูของ แมนฯ ซิตี้ อย่างเหนือชั้นสุดๆ

แม้จะสังหารจุดโทษพลาดไปแบบง่ายๆแถม โมนาโก เป็นฝ่ายพ่าย แม้กระนั้นก็พอเพียงจะผ่อนผันได้ว่า ราดาเมล ฟัลเกา กลับมาเป็นสุดยอดดาวกระหน่ำประตูเสมือนที่ตัวเขาเองเคยเป็นอีกครั้ง

คิดและเสียดายจัง อิอิอิ

ทวนเข็มนาฬิกากลับไปสักโดยประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว

ณ จุดนั้น ราดาเมล ฟัลเกา มีชื่อเสียงว่าเป็นศูนย์หน้าตีนวางลำดับที่หนึ่งของโลก (แล้วก็ดาวอังคาร)

2 ฤดูที่เป็นโคตรเพชฌฆาตให้ แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด กองหน้ากลุ่มชาติโคลอมเบียผู้นี้ไล่กระหน่ำประตูคู่ต่อสู้ไปถึง 70 ดอก

โน่นนำมาซึ่งการทำให้โคตรมหาเศรษฐีกลุ่มหนึ่งอย่าง โมนาโก จำต้องเอาฟ่อนธนบัตรไปห่อตัวเขาออกมาจากกลุ่มตราหมีหน่วยรบเฉพาะกิจ

ฤดู 2013-14 ภายหลังที่ลงเล่นให้ โมนาโก ไป 19 นัด โดยซ้ำๆไป 11 ประตู "เอล ว่ากล่าวเกร" ก็มีอันจำต้องเจ็บอย่างต้องหนัก เว้นแต่จะอดลงเล่นในศึกบอลโลก 2014 ที่บราซิล ยังถูกลักพาตัวไปจากฟลอร์ต้นหญ้าตรงเวลากว่าครึ่งปีเลยทีเดียว

หายเจ็บกลับมาก็เปลี่ยนเป็นข่าวใหญ่ เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกลงขอยืมตัว ราดาเมล ฟัลเกา มาจาก โมนาโก มาใช้งานด้วยค่าจ้างอันเป็นอันมาก ท่ามกลางความปรีด์เปรมรื่นรมย์ของผู้ขายวิญญาณให้อสุรกายแดงทุกกลุ่มเหล่าที่พากันซอยบั้นเด้ายิกๆๆๆๆๆๆโทษฐานที่กลุ่มตนเองได้ดาวยิงลำดับที่หนึ่งของโลกมาเป็นหน่วยล่าสังหาร

แม้กระนั้นก็อย่างที่รู้ดีนั่นแหละครับ

ฤดู 2014-15 "พี่เสือ" ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปทั้งสิ้น 29 นัด โดยยิงได้เพียงแค่ 4 ประตูแค่นั้น

อย่าว่าแต่ว่ากระหน่ำตาข่ายเลยครับ เพียงแค่จับบอลยังไม่ค่อยจะอยู่เลย

จากเสือร้ายแปลงเป็นจุ้นระบากชัดๆ(โถ…พ่อคุณ)

สภาพร่างกายนี่แหละคือปัญหาใหญ่ ราดาเมล ฟัลเกา พึ่งกลับมาจากลักษณะของการป่วยแข้งอย่างมาก แถมห่างเหินจากการเริงระบำบนฟลอร์ต้นหญ้าไปนานเกินกว่าที่จะปรับสภาพให้เข้ากับสนามรบหน้าแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วแล้วก็เอาจริงเอาจังมากอย่างพรีเมียร์ลีก

เมื่อเล่นไม่ได้ แล้วก็ยิงไม่ได้ – ความเชื่อมั่นก็เริ่มถดถอย ยิ่งยิงไม่ได้ ความเชื่อมั่นก็ยิ่งหาย

ฤดูแรกของเขาในเสื้อผ้าอสุรกายแดงนับว่าล้มเหลวหมดท่า

ถ้าเกิดพวกเรามั่นใจว่า ราดาเมล ฟัลเกา เป็นสุดยอดดาวยิงระดับตีนมหาวิบัติคนหนึ่งในโลกลูกหนัง เพียงแค่เขาพึ่งหายจากอาการบาดเจ็บสาหัส สภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย – แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะให้เวลาเขาปรับพฤติกรรมอีกสักระยะพลางเสี่ยงเดิมพันอีกสัก 1 ฤดู

แม้กระนั้นหลังจากคำนวณดูแล้ว หลุยส์ ฟาน กัล คงมีความคิดว่ามันเสี่ยงเกินความจำเป็นจึงตัดสินใจไม่ต่อสัญญา ด้วยประเมินว่ากองหน้าผู้นี้เป็นผู้เล่นที่หมดสภาพ

ทันใด เชลซี ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีกก็โผล่เข้ามาแสยะยิ้มสยอดสยอง

รู้เรื่องว่ากุนซือของกลุ่มสิงห์บลูส์ ณ ในขณะนั้นอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ คงอยาก "ลองของ" ประมาณว่าหมูไม่กลัวน้ำร้อน แถมยังได้กวนตีนอสุรกายแดงไปในตัวอีกต่างหาก เป็นมึงใช้ไม่ได้ใช่ไหม ช่างเถิด เดี๋ยวกูใช้ให้ดูเอง

ฤดูที่แล้วลงเล่นให้ เชลซี ทั้งสิ้นเพียง 12 นัด (ทุกรายการ) โดยทำเป็นเพียงแค่ประตูเดียว

ใครซักคนจึงรำพึงรำพันอยู่เพียงลำพัง "ถ่ม!…นึกว่าจะแน่"

ราดาเมล ฟัลเกา แทบจะไม่ได้มีความแตกต่างจากเสือแก่ที่สายตาพร่ามัว-เขี้ยวเล็บสึกหรอ แถมเป็นเสือลำบากที่โดนลูกกระสุนคนล่าสัตว์จนเจ็บอีกต่างหาก

"เสือลำบาก" ที่หมดสภาพแบบนี้ไล่ล่ากระทิงโทนหรือกวางใหญ่ในไพรไม่ไหวหรอกครับ

จับกินได้ก็แม้กระนั้นน้องหมาของราษฎรแค่นั้น!

จบฤดู 2015-16 อดีตกาลดาวยิงตีนวางลำดับที่หนึ่งของเมืองมนุษย์ผู้นี้จึงไม่เป็นที่ต้องการของ เชลซี อีกต่อไป รวมทั้งยักษ์ใหญ่กลุ่มอื่นๆด้วยจนจำต้องซานซมกลับไปเริ่มชีวิตใหม่ที่ โมนาโก อีกครั้ง

ยอมรับตามจริงว่าผมไม่คิดว่า ราดาเมล ฟัลเกา จะกลับมาอยู่ในฟอร์มอันสุดยอดของตัวเองอีกครั้ง เพราะมองดูมุมไหนก็พบว่ามันผ่านไปหมดแล้ว เขาผ่านจุดสูงสุดของตัวเองเป็นที่เรียบร้อย

ฤดูนี้พี่เสือยิงประตูแรกให้ตนเองได้สำเร็จในเกมที่ 2 ของ ลีก เอิง ซึ่ง โมนาโก กระหน่ำ แรนส์ ไปด้วยสกอร์ 3-0

นับตั้งแต่นั้นก็เริ่มผลิตสกอร์ได้เรื่อยโดย 9 ครั้งแรกที่เล่นให้ โมนาโก ในฤดูนี้ พี่เสือมึงยิงได้ถึง 7 ประตู

เมื่อซ้ำๆตาข่ายได้อย่างต่อเนื่อง ความเชื่อมั่นก็คืนมาอีกครั้ง เหมือนกันกับสภาพร่างกายที่บริบูรณ์มากขึ้น

เกมล่าสุดที่ เอว่ากล่าวฮัด สเตเดี้ยม ดาวยิงวัย 31 ผู้นี้กดไปอีก 2 ดอกตามที่อธิบายเป็นตัวหนังสือไปนั่นแหละ (ใครกันแน่ไม่ได้ดูถ่ายทอดสดก็ไปพบดูในคลิปเอาแล้วกัน) พอๆกับว่าฤดูนี้ลงเล่นไปแล้ว 26 นัด (ทุกรายการ) โดยทำเป็น 21 ประตู

เหนือกว่าสถิติการยิงประตูที่เป็นตัวเลข เป็นฟอร์มการเล่นที่พึ่งเห็นแบบใหม่ๆนี่แหละครับ

สัมผัสได้ถึงความคล่องแคล่วคล้ายเสือหนุ่มที่สามารถสืบพันธุ์ได้วันละ 200 ดอก โน่นเป็นเหตุผลที่บอกว่าเพราะอะไรถึงมีความเชื่อว่า "อวัยวะเพศของเสือตัวผู้" เป็นสุดยอดยาบำรุงสมรรถภาพทางเซ็กซ์จนเปลี่ยนเป็นเยี่ยมในต้นสายปลายเหตุให้สัตว์ป่าจำพวกนี้ใกล้สูญพันธุ์

กว่าครึ่งปีครับผมที่ ราดาเมล ฟัลเกา นอนแทรกกับอาการเจ็บ บวกกับอีก 2 ฤดูเต็มๆที่เพียรพยายามหาทางกลับออกมาจากเขาวงกตแห่งความรันทด

ท้ายที่สุดก็ทำสำเร็จ – เห็นแบบนี้และกระปรี้กระเปร่าครับผม

นี่เป็นแบบอย่างชั้นยอด แถมเป็นกรณีศึกษาว่า…คนเรา ถ้าเกิดมีความมุมานะแล้วก็เพียรพยายามโดยไม่ห่อเหี่ยวหรือท้อแท้ไปเสียก่อน คนที่เคยเป็น "เสือ" ก็มีสิทธิ์กลับมาเป็น "เสือ" ดังเดิมได้อีกครั้ง

…ว่าและให้คิดถึงดาวเตะอีกคนที่อายุ 31 เท่า ราดาเมล ฟัลเกา ที่กำลังจะยอมแพ้หนีไปค้าหน้าแข้งพลางโกยเงินในเมืองจีนดียิ่งกว่า เนื่องจากช่วงนี้ตนเองไม่มีที่ลงในกลุ่มตัวจริงของอสุรกายแดง