DELE ON SHIRT

ว่ากันด้วยเรื่องของความ ''อินดี้'' ศัพท์นี้เป็นศัพท์ที่บัญญัติขึ้นโดยวัยรุ่น (ไหน?) ประเทศไทยที่ตัดเอาเฉพาะพยางค์หน้าของคำว่า ''Independent'' มาเรียกสั้นๆเพื่อความเข้าใจกล้วยๆกับคำนิยามตามตัวเป็น อิสระ

อันที่จริงแล้วก็ไม่รู้หรอกว่าคนไหนใช้มันเป็นคนแรก ก็แค่จู่ๆคำนี้ก็เกลื่อนกลาดในสังคมวันรุ่นไทย และก็ใช้กระจัดกระจายต่อกันไปแบบไม่มีที่มาที่ไป ใช้กันแบบงงงวยๆ

มันเป็นศัพท์ที่ใช้กล่าวติดต่อสื่อสารกันทั่วไป ไม่ต้องเป็นทางการอะไรมาก เอาแค่ว่าเข้าใจตรงกันเป็นเพียงพอว่ามันหมายคืออย่างงี้

ตรงนี้ล่ะมั้งที่เรียกว่า อิสระ

อิสระในการคิด, การพูด, การแต่งตัว หรือแนวทางการทำอะไรนอกกรอบ แปลกๆประหลาดที่คนทั่วไปไม่ค่อยทำกัน ถ้าเกิดเป็นด้านบวกก็เรียกว่า ความคิดริเริ่ม แต่ถ้าเกิดเป็นอีกด้านเรียกแบบซอฟต์ๆหน่อยก็น่าจะเป็น ไอ้นี่ไม่มีสาระแน่ๆ!!

หลายวงการเริ่มแผ่กว้างความนึกคิดนอกกรอบ ไอเดียล้ำๆผุดขึ้นมาให้แปลงเป็นจุดขาย แปลงเป็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ให้บุคคลทั่วไปมองเห็นแล้วรู้สึกลุ่มหลงต้องการประพฤติตามบ้าง

และก็วงการฟุตบอลก็เป็นเลิศในนั้น ไล่ตั้งแต่แฟชั่นสตั๊ดสีจี๊ดๆแฟชั่นทรงผม เบอร์เสื้อแปลกๆและก็ที่ครีเอตไม่แพ้เรื่องอื่นเลยก็คือ ชื่อนักเตะด้านหลัง

แม้มันจะดูไม่แปลกประหลาดเท่าไร แต่ก็เพียงพอเรียกความเป็นกระแสนิยมได้ไม่น้อย ทั้งชื่อสมญานาม ชื่อกลาง หรือชื่อหน้า มีให้มองเห็นกันมากมาย

ถ้าเกิดไม่นับพวกนักเตะในลีกอเมริกาใต้ทั้งหลาย หรือบางเวลานักเตะเชื้อสายสแปนิช, โปรเหม็นตุกีส คนจำนวนไม่น้อยที่จึงควรย่อชื่อ เนื่องจากชื่อทางการจริงๆมันยาวจนกระทั่งยากที่จะยัดใส่ข้างหลังเสื้อให้พอดี มันก็เลยต้องครีเอตกันหน่อย

แต่สำหรับนักเตะทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งแข้งพรีเมียร์ลีกที่มีชื่อหน้า และก็นามสกุลปกติ ส่วนมากจะสกรีนเป็น นามสกุลเอาไว้ เนื่องจากถ้าเกิดใช้ชื่อหน้ามันก็เกร่อจนกระทั่งเกินความจำเป็น อย่างแค่เรียกชื่อ โจนาธาน เพียงครั้งเดียวคนก็หันพร้อมเป็นพันแล้ว

จะมีเพียงแต่กลุ่มก้อนเล็กๆเพียงแค่นั้น ที่ฉีกความธรรมดาสามัญของชาวบ้าน เอาที่เพียงพอจะจดจำได้เลยก็ ราเวล มอร์ริสัน อดีตแข้งพรสววรค์ของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ปักชื่อหน้าของตนข้างบนหมายเลขเสื้อ ในช่วงที่ค้าแข้งกับ ''ขุนค้อน''

ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ กระสุนสำรองของผีแดงก็เช่นกันที่เอาสมญานาม ชิชาริโต้ มาเป็นจุดขาย เรียกกระแสความคลุ้มคลั่งของแฟนบอลได้มากพอๆกับซูเปอร์สตาร์ตัวหลักของทีมเลย

หรือถ้าเกิดจะนั่งไทม์แมชีนกลับไปอีกหน่อย อดีตแข้งผีที่โปรไฟล์ไม่ธรรมดา เมื่อพกเอาลูกหลานของความเป็นอัจฉริยะลูกหนังของผู้เป็นพ่อเจ้าของสมญา ''นักเตะเทพเจ้า'' ก็ยังสกรีนชื้อหน้า ยอร์ดี้ ไว้สั้นๆเลย

แม้แต่ คริสเตียน เบนิเตซ กับสมญานาม ยกโช่ บนหมายเลข 11 กับเครื่องแต่งตัวเบอร์มิงแฮม หรือ สเตลิออส ยานที่นาวัวปูลอส กับชื่อ สเตลิออส ยุคเป็นจอมทัพให้โบลตันเองก็เป็นไปกับเขาด้วย

ลามมาจนถึง เมมฟิส เดอขว้างย ที่ใช้ชื่อหน้าของตนเป็นเพราะเหตุว่าเขาไม่ค่อยมีความผูกพันธ์กับป๋าเสียเท่าไร เลยจับนำชื่อหน้ามาใช้บนข้างหลังเสื้อของตน แต่มันก็ดูอินดี้ดีเช่นเดียวกัน

ปัจจุบันความอินดี้ได้รับการสืบสานต่อมาจนถึง เดเล่ อัลลี่ มิดฟิลด์ดาวรุ่งพุ่งแรงของ ''ไก่เดือยทองคำ'' เมื่อซีซั่นนี้กองกลางวัย 20 ปีจะเปลี่ยนแปลงมาใช้ชื่อหน้าของตนที่ด้านหลังเสื้อ หลังจากฤดูกาลที่แล้วใช้อัลลี่มา 1 ฤดูกาลเต็มๆ

''ที่ผมอยากใช้ชื่อของผมแทนนามสกุล เนื่องจากผมมีความคิดว่าผมไม่มีความผูกพันอะไรทั้งสิ้นกับ ชื่อนามสกุลอัลลี่''

''นี่ไม่ใช่การตัดสินของผมคนเดียว แต่เมื่อทดลองสนทนาปรึกษากับครอบครัวแล้ว ผมจึงทำแบบงั้นในทันที'' ดาวรุ่งยิดโด้บอกเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนแปลงชื่อว่าแบบนี้

ได้ยินเรื่องของอัลลี่แล้วเชิญหมองนิดหน่อย เมื่อครอบครัวที่เขาเอ่ยถึงนั้น มิได้อบอุ่นเหมือนคนทั่วไปซักเท่าไหร่ เริ่มตั้งแต่การหย่าร้างของพ่อแม่ก่อนที่เขาจะลืมตาดูโลก ร้ายยิ่งกว่านั้นไปกว่านั้นเป็นการต้องจากผู้เป็นแม่ตั้งแต่อายุ 13 ปี ปัจจัยก็เนื่องจากว่าแม่ติดสุรา

ต่อจากนั้นก็แต่งงานที่สมบูรณ์พร้อมกว่าเป็นผู้อุปถัมภ์ค้ำชูเขาในฐานะบุตรบุญธรรม ช่วยผลักดันให้อัลลี่เดินทางตามความฝันของตนสำเร็จ

เริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักเตะกับ ซิตี้ วัวลต์ ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงรกรากของโรงเรียนลูกหนังสู่ มิลตัน คีนส์ ตอนอายุ 11 ขวบ และก็ผ่านการบ่มเพาะประสบการณ์กับระบบเยาวชนของทีม และก็เมื่อเริ่มเขี้ยวได้ที่จึงได้รับช่องทางให้ประเดิมกับทีมชุดใหญ่ในอายุ 16 ปี ด้วยการลงเป็นตัวสำรองในเกมที่เสมอ เคมบริดจ์ 0-0 ศึกเอฟเอ คัพ ช่วงวันที่ 2 พ.ย. 2012

และก็เกมกลางแจ้งกำเนิดของเขากับหน้าที่นักเตะอาชีพ เป็นการเป็นตัวหลักช่วยให้ มิลตัน คีนส์ ล้ม แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมลีก คัพ รอบ 2 ด้วยสกอร์ที่ต้องขยี้ตาซ้ำมากมายรอบ เมื่อจำนวน 4-0 บนสกอร์กระดานปรากฏสู่สายตาแฟนบอลในวันนั้น

จบเกมปุบปับ แสงสปอตไลต์ส่องไปที่ เดเล่ อัลลี่ ปั๊บ แถมยังเนื้อหอมถึงขึ้นยักษ์ใหญ่อย่าง บาเยิร์น มิวนิค และก็ ลิเวอร์พูล เบียดไหล่ชะเง้อคอตามจีบดาวรุ่งเนื้อหอมรายนี้ให้ย้ายไปร่วมทีม

ดังได้ไม่นานการย้ายทีมก็เกิดขึ้นจริงๆแต่สมาคมใหม่ของอัลลี่ก็ไม่ใช่ทั้งคู่ทีมที่ว่ามา ถ้าเกิดเป็น ''ไก่เดือยทองคำ'' ที่เป็นข้างสมหวัง และก็ตรงนี้เอง อัลลี่เริ่มฉายออร่าเทวดาถีบตัวเองขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ กับผลงานการซัด 10 ประตูในลีกจากการลงเล่นทั้งหมดทั้งปวง 33 เกม แถมด้วยแอสซิสต์ไป 9 ครั้ง

ฟอร์มเด่นได้ขนาดที่ รอย ฮ็อดจ์สัน จึงควรหนีบไปฝ่ายูโร 2016 ที่ฝรั่งเศส ด้วยเลย

เมื่อโปรไฟล์ในเรซูเม่ของแข้งดาวรุ่งสวยงามไร้ที่ติขนาดนี้ ก็ไม่แปลกที่เขาจะได้รับรางวัลดาวรุ่งเหมาะสมที่สุดแห่งปีของซีซั่นที่แล้ว มาเป็นเกียรติตำแหน่งประจำตัว

ฟอร์มส่งประกาย แถมมีรางวัลส่วนตัวรับรองความยอดเยี่ยมขนาดนี้ ต้องการจะอินดี้แค่ไหนก็ไม่มีผู้ใดกล้าโต้เถียง ถ้าเกิดเค้นฝีเท้าให้เป็นที่ประจักษ์ก่อนเป็นลำดับแรก ที่เหลือก็แล้วแต่สไตล์คุณ

ซึ่งฤดูกาลใหม่นี้ เดเล่ อัลลี่ เป็นเลิศในแข้งอินดี้ที่ใช้ชื่อหน้าของตนเป็นชื่อด้านหลังเสื้อแข่ง ร่วมกับ เมมฟิส เดอขว้างย ตัวรุกริมเส้นจากค่ายสีแดงแห่งเมืองแมนเชสเตอร์

ที่เพียงพอเปรียบเทียบความอินดี้แล้วมีเสมอกัน แต่ฝีเท้าที่แสดงออกมาสู่สายตาแฟนบอลทั่วทั้งโลกโคตรจะแตกต่างกันเลย