หมายเลข 6 แมนฯยูฯ – จากพัลลิสเตอร์ สู่..ป็อกบา

ถ้าเกิดผู้ใดกันแน่มีความรู้สึกว่าภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง ''แฮร์รี่ พ็อตเตอร์'' ไม่จบสิ้น แล้วก็นานมากกว่าจะจบแล้วล่ะก็ ''มหากาพย์ป็อกบา'' ก็คงไม่ได้มีความแตกต่างกัน เพราะเหตุว่ากว่าจะได้ข้อสรุป เล่นเอาแฟนปีศาจร้ายแดงลุ้นแล้วลุ้นอีก ซึ่งข้อสรุปก็อย่างที่รู้กันว่า ป็อกบา อดีตเด็กปั้นของแมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาสู่ถิ่นเก่าอีกทีในฐานะนักฟุตบอลสุดยอด ที่มีค่าตัวแพงระยิบระยับ

ถ้าเกิดย้อนไปช่วงที่ยังเป็นดาวรุ่งค้าแข้งอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจ้าตัวสวมเสื้อเลขลำดับ 42 ลงเล่นให้กับปีศาจร้ายแดงไปหลายนัดหมาย แต่การกลับมาครั้งนี้ ป็อกบา เลือกสวมเสื้อเลขลำดับ 6 ที่ยังคงว่างอยู่ เสมือนเว้นว่างไว้คอยอย่างไร แบบงั้น ซึ่งโน่นทำให้ป็อกบากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 7 ที่สวมเสื้อเลขลำดับ 6 ของแมนฯ ยูไนเต็ดในทันที

คราวนี้พวกเราลองดูกันดีกว่าว่า ก่อนที่จะเสื้อเลขลำดับ 6 แห่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดจะตกมาอยู่กับ ปอล ป็อกบา ซึ่งเป็นทายาทเลขลำดับ 6 คนเดี๋ยวนี้นั้น มีผู้เล่นคนไหนบ้างที่เคยสวมเลขลำดับนี้มาก่อน

เอ็งปรี่ พัลลิสเตอร์

ตำแหน่ง:fun888เซนเตอร์แบ็ก

ชนชาติ: อังกฤษ

เอ็งปรี่ พัลลิสเตอร์ เบอร์ 6 คนแรกของผีแดงในสมัยพรีเมียร์ลีก

เอ็งปรี่ พัลลิสเตอร์ อดีตกองหลังร่างใหญ่เจ้าของความสูง 193 ซม. เป็นผู้ที่สวมเสื้อเลขลำดับ 6 เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ของแมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่แมื่อเริ่มมีการใช้เบอร์เสื้อประจำตัวในฤดูกาล 1993-1994

พัลลิสเตอร์ ค้าแข้งกับปีศาจร้ายแดงเป็นระยะเวลานานถึง 9 ปี โดยช่วงที่ย้ายจากมิดเดิ้ลสโบรช์มาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดนั้น เจ้าตัวแปลงเป็นเจ้าของสถิติกองหลังที่มีมูลค่าในการย้ายทีมแพงที่สุดในช่วงเวลาดังที่กล่าวผ่านมาแล้วในทันที

ส่วนการบรรลุเป้าหมายต่างๆภายใต้สีเสื้อของปีศาจร้ายแดงเจ้าตัวก็กวาดมาเรียบ ไม่ว่าจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, เอฟเอ คัพ 3 สมัย, ลีก คัพ 1 สมัย, ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย แล้วก็ยูฟ่า คัพ อีก 1 สมัย จึงไม่แปลกนักถ้าเกิดจะพูดว่า เอ็งปรี่ พัลลิสเตอร์ คือต้นตระกูลชั้นเยี่ยมของเลขลำดับ 6 แห่งแมนฯ ยูไนเต็ด

ยาป สตัม

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

ชนชาติ: ชาวดัตช์

ถ้าไม่มีปัญหากับป๋าเสียก่อน ยาป สตัม บางทีอาจได้สวมเบอร์ 6 เป็น 10 ปี

ยาป สตัม เป็นป้อมหลังพันธุ์ดุที่เต็มไปด้วยความถนัดทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่ผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังต้องมี โดยเขาเป็นทายาท เลขลำดับ 6 ลำดับที่ 2 หลังย้ายจากพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น มาร่วมถิ่นปีศาจร้ายแดงในปี 1998

ยักษ์ใหญ่ชาวฮอลล์แลนด์ผู้นี้ค้าแข้งอยู่ภายใต้สีเสื้อปีศาจร้ายแดงอยู่เป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งในช่วงเวลาดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเจ้าตัวก็มีส่วนร่วมในการนำแมนฯ ยูไนเต็ดได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัยติด, เอฟเอ คัพ 1 สมัย หรือแม้กระทั่งแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อันลือลั่นในปี 1999 อีกด้วย

โชคร้ายที่ช่วงเวลาในรั้วโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดดูเหมือนจะสั้นไปนิด เพราะเหตุว่าสตัม ถูกเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ขายให้กับลาสิโอ ในปี 2001 โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญนั้นเชื่อกันว่า เฟอร์กูสัน ไม่สบอารมณ์อย่างยิ่งที่สตัม เขียนในหนังสืออัตชีวประวัติของเขาว่า เฟอร์กี้ เพียรพยายามซื้อตัวเขาโดยมิได้รับการอนุญาตจากสังกัดเดิมเก่าอย่างพีเอสวี เดี๋ยวนี้ ยาป สตัม ในวัย 44 ปี รับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมเร้ดดิ้ง ในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ

โลร็องต์ บล็องก์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

ชนชาติ: ประเทศฝรั่งเศส

โลร็องต์ บล็องก์ อดีตกองหลังทีมชาติประเทศฝรั่งเศส ที่เคยคว้าทั้งแชมป์โลก 1998 แล้วก็ยูโร 2000 ถือเป็นผู้เล่นคนที่ 3 ที่ได้สวมเสื้อเลขลำดับ 6 ของแมนฯ ยูไนเต็ด ภายหลังที่บล็องก์ย้ายจากอินเตอร์ มิลานมาร่วมทีมในปี 2001

เป็นที่รู้กันว่าเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ปรึกษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก เพียรพยายามจะดึงตัว โลร็องต์ บล็องก์ มาร่วมรั้วปีศาจร้ายแดงอยู่หลายคราตั้งแต่แมื่อปี 1996 แต่กว่าจะมาเสร็จก็คือในปี 2001 ซึ่งในเวลานั้นบล็องก์ก็แก่ถึง 35 ปี แล้วก็ต้องแบกรับความกดดันมากมาย เพราะเหตุว่าต้องแปลงเป็นผู้แทนของ ยาป สตัม เจ้าของเลขลำดับ 6 คนเก่าที่ถูกขายออกไป

แม้ในช่วงแรกๆบล็องก์จะถูกวิจารณ์อย่างหนักจากผลงานที่ไม่ดีนัก แต่ก็สามารถพัฒนาฟอร์มการเล่น แล้วก็มีส่วนช่วนให้แมนฯ ยูไนเต็ดได้แชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2002-2003 ได้อีกด้วย แล้วก็ในปี 2003 เจ้าตัวก็ประกาศห้อยสตั๊ดทำให้แมนฯ ยูฯ แปลงเป็นทีมสุดท้ายที่บล็องก์เคยค้าแข้งในฐานะนักฟุตบอลในทันที

ริโอ เฟอร์ดินานด์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

ชนชาติ: อังกฤษ

ริโอ เฟอร์ดินานด์ รังเกียจเบอร์ 6 ขอเปลี่ยนไปสวมเบอร์ 5

ริโอ เฟอร์ดินานด์ เป็นเจ้าของสัมปทานเลขลำดับ 6 ของเร้ด เดวิลส์ คนที่ 4 ต่อจากโลร็องต์ บล็องก์ โดยเฟอร์ดินานด์ สวมเบอร์ 6 ลงเล่นเพียงฤดูกาลเดียวคือ ฤดูกาล 2002-2003 เนื่องมาจากโลร็องต์ บล็องก์ เปลี่ยนแปลงจากเบอร์ 6 ไปใส่ เบอร์ 5 แต่ภายหลังจากบล็องก์ห้อยสตั๊ดในปีต่อมา เจ้าตัวจึงย้ายไปใส่เบอร์ 5 นับแต่เมื่อนั้น

ป้อมหลังคนเก่งย้ายจากลีดส์ ยูไนเต็ด มาสู่ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยค่าจ้างมากมายถึง 30 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้เจ้าตัวแปลงเป็นเจ้าของสถิตินักฟุตบอลอังกฤษที่ค่าจ้างแพงที่สุดในเวลานั้น แล้วก็ยังเป็นกองหลังที่ค่าจ้างแพงที่สุดในโลกในช่วงเวลาดังที่กล่าวผ่านมาแล้วอีกด้วย

เฟอร์ดินานด์ ประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงเวลากับปีศาจร้ายแดง โดยมีส่วนช่วยให้ทีมเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย แล้วก็แชมป์สมาพันธ์โลกอีก 1 สมัย นอกเหนือจากนั้นยังติดทีมเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีกถึง 6 ครั้ง (5 ครั้งกับแมนฯ ยูฯ แล้วก็ 1 ครั้งกับลีดส์ ยูไนเต็ด)

เวส บราวน์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

ชนชาติ: อังกฤษ

เวส บราวน์ ถือเป็นเด็กปั้นของแมนฯ ยูไนเต็ดขนานแท้ เพราะเหตุว่าเขากำเนิดในเมืองแมนเชสเตอร์ แล้วก็ถูกดันขึ้นมาจากชุดเยาวชนของปีศาจร้ายแดง ซึ่งบราวน์เป็นทายาทเลขลำดับ 6 ต่อจาก ริโอ เฟอร์ดินานด์ ในทันทีในฤดูกาล 2003-2004 ที่เฟอร์ดินานด์ย้ายไปใส่เลขลำดับ 5

เวส บราวน์ ประเดิมสนามให้กับเร้ด เดวิลส์ ในวันที่ 4 พ.ค. 1998 ที่แมนฯ ยูไนเต็ด เจอกับลีดส์ ยูไนเต็ด ในฐานะตัวสำรอง ซึ่งในฤดูกาลต่อมาเจ้าตัวก็เริ่มได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่บ่อยมากขึ้น แต่ในบางครั้งก็ถูกโยกไปเล่นแบ็กขวา ถึงแม้ตำแหน่งถนัดของเจ้าตัวจะเป็นตำแหน่งป้อมหลังตัวกลาง

แม้จะเป็นผู้เล่นที่แฟนปีศาจร้ายแดง หรือทีมอื่นๆค่อนขอดในเรื่องที่เจ้าตัวมักมีข้อบกพร่องอยู่บ่อยมาก แต่ตลอดระยะเวลาการค้าขายแข้งในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจ้าตัวก็คว้าเหรียลรางวัลไปครองอย่างล้นหลาม อาทิเช่น พรีเมียร์ลีก 7 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย แล้วก็ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย

จอนนี่ อีแวนส์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

ชนชาติ: ไอร์แลนด์เหนือ

จอนนี่ อีแวนส์ ป้อมหลังทีมชาติไอร์แลนด์เหนือที่เติบโตมาพร้อมกับอคาเดมี่ ของแมนฯ ยูไนเต็ด ถือเป็นเจ้าของเสื้อเลขลำดับ 6 คนปัจจุบันก่อนที่จะมันจะว่างลง เป็นระยะเวลา 1 ฤดูกาล หลัง อีแวนส์ ย้ายไปร่วมกองทัพเวสต์บรอมวิช ในปี 2015 ก่อนที่จะ ปอล ป็อกบา จะมาสืบต่อในฤดูกาลนี้

อีแวนส์คืออีกหนึ่งลูกหม้อที่เติบโตมาพร้อมกับปีศาจร้ายแดงโดยแท้จริง เพราะเหตุว่าเป็นผู้เล่นที่ถูกดันขึ้นมาจากอคาเดมี่ของสมาพันธ์ ซึ่งในช่วงแรกๆก็มิได้ได้โอกาสลงไปในสนามให้ทีม เนื่องมาจากถูกปล่อยให้ทีมอื่นๆยืมตัวไปใช้งาน กระทั่งปี 2007 ก็ได้ประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่ของแมนฯ ยูไนเต็ดในเกมลีก คัพ กับวัวเวนทรี

ดังนี้ในช่วงแรกเจ้าตัวมิได้สวมเลขลำดับ 6 แต่เป็นเลขลำดับ 23 จนกระทั่ง ฤดูกาล 2011-2012 ก็ได้มาสวมเสื้อเบอร์ 6 นี้ ภายหลังที่ เวส บราวน์ ซึ่งเป็นเจ้าของสัมปทานเดิมย้ายทีมไปอยู่กับซันเดอร์แลนด์

ถ้าเกิดไล่ดูรายชื่อบรรดาเจ้าของสัมปทานเลขลำดับ 6 คนก่อนๆก็จะมองเห็นได้ว่า บรรดาผู้เล่นเหล่านั้นต่างมีตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก หรือป้อมหลังตัวกลางด้วยกันทั้งปวง ไม่เหมือนกับ ปอล ป็อกบา ที่มีตำแหน่งเป็นมิดฟิลด์ มิหนำซ้ำยังค่อนไปทางมิดฟิลด์ตัวทำเกมรุกอีกด้วย

แต่คงไม่ใช่เรื่องที่แปลกประหลาดนัก เพราะเหตุว่าในขณะนี้พวกเรามองเห็นผู้เล่นผู้คนจำนวนมากใส่เลขลำดับที่อาจจะมิได้ตรงกับภาพในอุดมคติเรื่องเลขลำดับเสื้อของใครหลายๆคน เพราะเหตุว่าพวกเรามักมีความรู้สึกว่า เลขลำดับ 1 คือผู้เฝ้าประตู, เลขลำดับ 10 คือเพลย์เมกเกอร์, เลขลำดับ 9 คือหัวหอกตัวเป้า

เช่น เลขลำดับ 1 ที่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ปลายๆแน่นอนว่าควรเป็นผู้เฝ้าประตูที่ใส่เบอร์นี้ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ที่เคยสวมเบอร์นี้ เพราะเหตุว่าพานเทลิส คาเฟส อดีตนักฟุตบอลทีมชาติกรีซซึ่งเล่นเป็นกองกึ่งกลางเคยสวมเลขลำดับ 1 โลดแล่นบริเวณดินแดนกึ่งกลางมาแล้วในสมัยที่ค้าแข้งอยู่กับเออีเค เอเธนส์ แล้วก็ โอลิมแฉะอส

ดังนั้นแล้วแม้เลขลำดับของ ปอล ป็อกบา ที่สวมลงไปในสนามให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด ฤดูกาลนี้จะเป็นเลขลำดับ 6 ก็คงไม่น่าสนเท่ห์ใจ เพราะเหตุว่าสมัยที่อยู่กับยูเวนเหม็นตุสเจ้าตัวก็ใส่เบอร์ 6 มาถึง 3 ปี ก่อนที่จะย้ายมาใส่เบอร์ 10 ภายหลังจากคาร์ลอส เตเวซ ย้ายออกกจากทีมไป

ลึกๆแล้วเชื่อว่าป็อกบา แล้วก็แฟนปีศาจร้ายแดงเองก็อาจจะอยากให้มิดฟิลด์ค่าจ้างแพงรายนี้ใส่เลขลำดับ 10 แต่คงเป็นเรื่องยากยิ่ง เพราะเหตุว่าเจ้าของเบอร์ 10 คนเดี๋ยวนี้มีตำแหน่งเป็นถึงกัปตันทีม แถมค่าจ้างมากมาย โดยเหตุนี้แล้วทางเดียวก็คือภาวนาให้เจ้าของคนเก่าครบกำหนดกับทีมเสียเชิง ฮ่าๆ